รับเหมา...หักเหมา
หลังจากที่บอกเล่าเรื่องราวการรับรู้รายได้ รายจ่ายของกิจการอสังหาริมทรัพย์ให้เข้าใจจนบรรยากาศแห่งความครุกรุ่นของผู้เข้ารับการอบรม...คลายตัวลงจนแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว นายภาษีนึกขึ้นได้ว่า...ปัญหาที่สร้างความปวดหัวข้างซ้ายให้กับทั้งผู้ว่าจ้าง และผู้รับเหมา...มาตลอดยังคงหนีไม่พ้นเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งในฟากของผู้ว่าจ้างก็ต้องทำหน้าที่หักภาษีในเวลาที่จ่ายชำระเงินค่าจ้างให้กับผู้รับเหมา ขณะที่ผู้รับเหมาเอง หากไปจ้างช่วงต่อก็ต้องทำหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายบรรดาผู้รับเหมาช่วงอีกทอดเช่นเดียวกัน
ไอ้ที่คิดว่าใช่...มันดันไม่ใช่...ไอ้ที่คิดหัก ...กลับต้องยอม(หน้า)งอ เพราะผู้รับเงินดันไม่ยอมให้หัก...ทำให้บุญทิ้งเริ่มเกิดอาการสับสนทางปัญญาขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ...ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาใคร ...เพราะอุตส่าห์ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะหัก...ภาษี ณ ที่จ่าย จากทุกคนที่กล้าแหยมหน้ามารับเงิน...ปากผี...เอ๊ย เงินของบุญทิ้งไป บุญรอดยังอุตส่าห์...มาลองดี...เอ๊ย มาทักท้วงว่า จะหักในอัตรา 3%...สถานเดียว...ไม่ได้ บางอย่าง...บางเงื่อนไข ต้องหักตามอัตราก้าวหน้าอีก...ซึ่งมีผลทำให้การหักภาษี ณ ที่จ่าย อาจจะต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ...โดยเฉพาะในยามที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ...เพียงแค่คิดก็เห็น...ลางร้าย กับคุณสรรพ์...คนคุ้นเคยรออยู่ข้างหน้าแล้ว
หากแต่เมื่อตั้งใจจะหักแล้ว...บุญทิ้งจำเป็นต้องเดินหน้าค้นหาความจริงต่อเพื่อให้พิษภัยทางภาษี ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่ม บรรเทาเบาบางลงได้บ้าง ซึ่งบุญทิ้งอดคิดถึงเรื่องราวในอดีต ในยามที่จ่ายเงินให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารหลังงาม ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานในปัจจุบันไม่ได้โดยในคราครั้งนี้...มีประเด็นที่ทุ่มเถียงกันจนคอเป็นเอ็น...และเกือบจะต้องออกอาวุธ แม่ไม้...มวยไทย กันอยู่หลายครา...ดี แต่ว่า...บุญทิ้ง มีสติรับผิดชอบดีพอที่จะหยุดยั้งได้ทัน เพราะรู้ดีว่า อาการเจ็บปวดจากพิษหมัด และเท้าของผู้รับเหมา และทีมงานซึ่งมีมากมายหลายเท้า...จะรุนแรงแค่ไหน เลยจำใจยอมหัก...3% จากค่าแรงที่จ่ายให้กับผู้รับเหมา
ไม่รอให้บุญทิ้ง...พร่ำรำพันให้เสียอารมณ์ เพราะนึกว่าจะได้ชม...มวยฟรี...ที่ไหนได้กลับยอมเสียฟอร์ม...ซะดื้อ ๆ...บุญดี เลยกระแทกเสียงใส่พอให้หายหงุดหงิดว่า...เรื่องของผู้ว่าจ้าง กับผู้รับเหมา...มันมีมานมนาน...ตั้งแต่บุญทิ้งยังไม่เกิดซะด้วยซ้ำ และที่ผ่านมาในอดีต...ผู้รับเหมา...ยินดีรับเงินแบบไม่ประสงค์จะออกนามซะด้วยซ้ำไป...งานนี้...หักได้น่าจะถือเป็นบุญคุณแล้ว...แต่เมื่อตั้งใจจะหักให้ถูก...บุญดี จึงต้องอธิบายต่อให้เข้าใจว่า...
“เงินได้จากการรับเหมา คือ เงินได้ที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญ นอกจากเครื่องมือ...มาตรา 40 (8)”
ส่วนสัมภาระต่าง ๆ ในส่วนสำคัญ นอกจากเครื่องมือคืออะไร...บุญดี ไม่อธิบาย แต่หันไปหยิบเอกสารที่แอบคัดลอกมาจากไหน...ไม่มีใครทันสังเกต ส่งให้อ่านความว่า
“เงินได้จากการรับจ้างทาสี ซ่อมสี โดยผู้รับเหมาเป็นผู้จัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (7) แห่งประมวลรัษฎากร...
เงินได้จากการรับจ้างทาสี ซ่อมสี โดยผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาสีให้ ได้รับแต่ค่าแรง เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร (กค 0802/3628 : 26 กุมภาพันธ์ 2536)”
“การรับเหมาทำตู้ โต๊ะ หรือเครื่องใช้อลูมิเนียม โดยผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญ นอกจากเครื่องมือ ไม่ว่าจะมีการตกลงราคาค่าจ้างกันก่อนหรือภายหลังที่งานสำเร็จ เงินได้ดังกล่าว เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (7) แห่งประมวลรัษฎากร (กค 0802/6575: 30 เมษายน 2539)”
ไม่รอให้อาการสงสัยจางหาย...บุญดี ชิงอธิบายต่อทันทีว่า...เงินค่าจ้าง , ค่าก่อสร้าง หรือค่ารับเหมา ตามแต่จะเรียก ที่บุญทิ้งได้จ่ายไป หากจะแบ่งแยกให้ชัด ๆ คงจะบอกได้ว่า...
- หากเป็นการจ้างแรงงาน เช่น จ้างคนงานให้มาทำงานให้เป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน โดยไม่คำนึงว่างานจะแล้วเสร็จหรือไม่...เป็นเงินได้จากการรับทำงานให้ ตามมาตรา 40 (2)
- หากเป็นการจ้างงาน โดยผู้รับจ้าง ตกลงเป็นผู้รับจ้าง เป็นผู้จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ แรงงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้แล้วเสร็จ...เป็นเงินได้จากการรับเหมา ตามมาตรา 40 (7)
- หากเป็นการจ้างงาน โดยผู้รับจ้าง เป็นผู้รับผิดชอบวัสดุ อุปกรณ์ หรือแรงงานบางส่วน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้แล้วเสร็จ...เป็นเงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ ตามมาตรา 40 (8)
เห็นบุญทิ้ง...แสดงอาการเข้าใจ บุญดีจึงลงมืออธิบายต่อว่า...หากเงินค่าจ้างที่จ่ายไปเป็นการจ่ายค่าจ้างให้กับคนงานหรือผู้รับจ้าง เพื่อให้ทำงานโดยคนงานไม่ต้องวุ่นวาย หรือสนใจเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ มีหน้าที่เพียงใช้แรงงานฝีมือทำงานให้เป็นหลัก...เงินได้ที่จ่ายไปจะเป็น...เงินได้จากการรับทำงานให้ ซึ่งบุญทิ้งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามอัตราก้าวหน้า...ทุกครั้งที่จ่ายเงินได้...ส่วนจะต้องหักอย่างไรคงไม่ขออธิบาย...เดี๋ยวจะกลายเป็น...ฉายหนังซ้ำ แต่หากเงินที่จ่าย...เป็นการจ่ายเนื่องจากการรับเหมา หรือเพื่อธุรกิจ และการพาณิชย์...ภาระในการหักภาษี ณ ที่จ่ายจะเปลี่ยนไปดังนี้
ผู้จ่ายเงิน : บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น
ผู้รับเงิน : 1. บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย
2. บุคคลธรรมดา
3. บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ประกอบกิจการในประเทศไทย มีสำนักงานสาขาถาวรในไทย
เงินได้ที่จ่าย : 1. เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระ
ในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
2. เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7)
อัตราภาษี : 3% ของเงินค่าจ้างที่จ่ายชำระ
...รับเหมา 3% เป็นข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่ในความทรงจำของบุญทิ้ง แทบจะในทันที...หลังฟังเทศน์...เอ๊ย ข้อมูลจากปาก...ของบุญดี...หากแต่บุญทิ้งยังไม่วายสงสัยว่า...หากผู้รับเหมา...มาเหนือเมฆ...ไม่ยอมให้หักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับมูลค่าของสินค้า หรือวัสดุ อุปกรณ์ ที่จัดหามาให้ โดยอ้างว่า...เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบุญทิ้งจะได้ไม่วุ่นวายไปหามา...โดยค่าวัสดุ อุปกรณ์ ผู้รับเหมา...ไม่ได้กำไร...แม้สักบาท...หากจะมี...คงเป็นเพียงบุญคุณที่บุญทิ้ง ต้องจดจำไปชั่วชีวิต...ดังนั้นหากจะหัก...หักได้แต่ค่าแรง ...ค่าของห้ามหัก...ซึ่งบุญทิ้ง...ได้แต่สำนึกในบุญคุณที่ผู้รับ เหมาช่วยจัดหาของมาให้ เลยยินยอมทำตามที่ผู้รับเหมาต้องการ...มาถึงตอนนี้ชักไม่แน่ใจว่า...สิ่งที่ทำไป...ถูกต้ม...เอ๊ย ถูกต้องหรือไม่
บุญทิ้ง...จะทำหน้าสำนึกผิดอย่างไร ไม่ทำให้บุญดีใจอ่อนเห็นผิดเป็นชอบไม่...โดยบุญดี ตอกย้ำให้มั่นใจว่า สิ่งที่ทำมา...ผิด...เพราะวัตถุประสงค์ในการว่าจ้างผู้รับเหมา...คือ เป็นธุระจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ แรงงาน เพื่อมาทำก่อสร้างให้เสร็จ...เท่ากับว่า...เงินที่จ่ายไป คือ ค่าจ้างจากการรับเหมาทั้งจำนวน...ดังนั้น ในการหักภาษี ณ ที่จ่าย บุญทิ้ง จึงต้องทำการคำนวณหักจาก...ค่าจ้าง และค่าวัสดุ จะหักแต่ค่าจ้างอย่างเดียวหาได้ไม่
เช่น บุญทิ้งจ้างผู้รับเหมาให้ทำการก่อสร้างอาคารสำนักงาน มูลค่า 5 ล้านบาท แม้ผู้รับเหมาจะออกใบเสร็จรับเงิน แยกเป็นค่าวัสดุ จำนวน 3.5 ล้านบาท และค่าแรง 1.5 ล้านบาท...งานนี้ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย จำนวน 150,000 บาท คำนวณโดย
ค่าจ้างรับเหมา 5,000,000.00 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% 150,000.00 บาท
เงินที่จ่ายสุทธิ 4,850,000.00 บาท
เท่ากับว่า...ในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งบุญทิ้งได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3%...ทำถูก...แต่ไม่ครบถ้วน...ซึ่งเงินที่หัก และนำส่งขาด ...ถือเป็นภารกิจที่ต้องจัดการให้ครบ ถ้วน และเรียบร้อยส่วนจะเป็นเมื่อไหร่...คงสุดแต่ใจของเธอ...และเพื่อให้ยอมรับความเป็นจริงว่า...หักขาด...บุญดี จึงส่งสาสน์เพื่อยืนยันความว่า
“กรณีบริษัท จ่ายค่าจ้างงวดงานแห่งสัญญา เข้าลักษณะเป็นกรณีบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น เป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528... (กค 0811/พ./1148 : 16 สิงหาคม 2545)”
“กรณีบริษัทว่าจ้างให้ทำการตกแต่งภายในอาคาร และติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ โดยมอบหมายให้บริษัท ช ผู้รับจ้าง เป็นผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ตามข้อเท็จจริงนั้น เข้าลักษณะเป็น “สัญญาจ้างทำของ” ตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นสัญญาจ้างทำของทั้งจำนวน แม้ในข้อตกลงบริษัท และบริษัทผู้รับจ้างจะได้กำหนดมูลค่างานโดยแยก ค่าวัสดุ อุปกรณ์ ออกจากค่าแรงก็ตาม ดังนั้นเมื่อบริษัทจ่ายเงินค่าแรง และค่าวัสดุอุปกรณ์ให้แก่บริษัท ช ผู้รับจ้าง บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินได้ทั้งหมดที่จ่าย ตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528...(กค 0706/115 : 6 พฤศจิกายน 2545)”
“รายรับที่ได้จากการให้บริการ ต้องคิดรวมทั้งค่าอะไหล่และค่าแรงด้วย ไม่ว่าจะคิดค่าบริการซ่อมเป็นการเหมา หรือแยกค่าบริการเป็นอุปกรณ์กับค่าแรง การประกอบกิจการดังกล่าวยังคงถือเป็นการให้บริการรับจ้างซ่อมทั้งหมด หากผู้จ่ายเงินได้เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินได้ (กค 0802/พ.14398: 17 สิงหาคม 2537)”
“อู่ซ่อมรถยนต์เป็นผู้จัดหาของ (อะไหล่) เพื่อใช้สำหรับการซ่อมรถยนต์ ดังนั้นรายรับของอู่ซ่อมรถยนต์ จะต้องรวมทั้งค่าซ่อมและค่าแรงด้วย เมื่อบริษัทจ่ายค่าซ่อมรถยนต์ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามข้อ 8 (1)... (กค 0802/1083 : 20 มกราคม 2536)”
หัวใจหลัก...เป็นการรับจ้าง...จะอ้างว่า ค่าของ...ไม่ต้องหัก...เห็นจะไม่ได้...งานนี้ผู้รับเหมา และผู้รับจ้างที่มักมีปัญหากับบุญทิ้ง หรือผู้ว่าจ้างรายอื่น ๆ โปรดทราบและเห็นใจด้วย...แต่หากผู้รับเหมาจะ...เปลี่ยนแม่ไม้ โดยแยกเป็นซื้อวัสดุ อุปกรณ์ จากร้านหนึ่ง และว่าจ้างอีกร้านหนึ่งให้มาติดตั้ง , ก่อสร้างซ่อมแซม หรือให้บริการ แยกต่างหากออกจากกัน...จะถือเป็นพระคุณ เพราะผู้รับจ้าง จะถูกหักแต่เฉพาะค่า จ้าง...สมดังใจ ส่วนผู้ว่าจ้าง...ก็จะได้ทำหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย...เฉพาะค่าจ้าง ...สมใจปรารถนาทุกฝ่าย...โดยไม่คอยมีปากมีเสียงกับคุณสรรพ ...เหมือนอย่างที่ผ่านมา...ไม่เชื่อลองดู
“กรณีบริษัทจ่ายค่าวัสดุอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า เครื่องกลและปรับอากาศให้แก่ บริษัท ขาย จำกัด เข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าซื้อสินค้า ไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย บริษัทผู้จ่ายเงินได้จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด
กรณีบริษัทจ่ายค่าติดตั้งระบบไฟฟ้า เครื่องกลและปรับอากาศให้แก่ บริษัท ติดตั้ง จำกัด เข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าจ้างทำของ บริษัทผู้จ่ายเงินได้ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 สำหรับเงินค่าจ้างที่จ่าย...(กค 0811/1391 : 8 ตุลาคม 2545)”
เข้าใจ...ชัดเจนแบบนี้ ทั้งผู้จ้าง...ผู้รับจ้าง จะได้เข้าใจตรงกัน และหาทางแก้ไขได้อย่างถูกต้องร่วมกัน โดยไม่คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว และผลักภาระให้อีกฝ่ายไปเผชิญหน้าเพื่อให้ปากคำแก่คุณสรรพ...โดยลำพัง เหมือนที่ผ่านมา...สาธุ