.gif) |
กระแส…บุญ
|
10 โมงเช้าวันนี้...ทำบุญที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท บ่ายสอง...บริจาคเงินที่บ้านบางแค ตกค่ำงาน...เป็นข้อความเชิญชวนให้ไปทำบุญหรือบริจาคเงิน หรือเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่ได้รับผลบุญทันตาเห็น ที่แสนดีได้รับฟัง อยู่ตลอดเวลาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
|
ซึ่งเนื้อหาของโฆษณาพอที่จะจับใจความได้ว่า...เชิญชวนผู้ประกอบการทั้งหลายให้หันมาบริจาคเงินทำบุญ ทำกุศลให้กับองค์กรสาธารณประโยชน์ มูลนิธิที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งอานิสงส์ผลบุญจะเกิดขึ้นทันตาเห็นชาตินี้ไม่ต้องรอชาติหน้า เพราะเงินบริจาคที่ได้รับบริจาคไปสามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณกำไรสุทธิ สำหรับปีที่บริจาคได้ แถมปิดท้ายสวยหรูว่า...บริจาคมาก...หักลดหย่อนได้มาก
|
หากฟังเพียงผิวเผินคงไม่รู้สึกอะไร เพราะบรรดาผู้ประกอบการทั้งหลายล้วนแล้วแต่มีจิตใจที่ใฝ่ธรรมะกันอยู่แล้ว เรื่องการบริจาคก็ทำกันมาเป็นอาชีพอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการหักเป็นค่าลดหย่อนหรือค่าใช้จ่าย ในการคำนวณกำไรสุทธิ อันนี้ไม่ค่อย...หวังเท่าไหร่นัก ซึ่งแสนดีเองก็รับฟังเรื่องดังกล่าวด้วยความสงบเยือกเย็น และยังคงพร้อมที่จะทำบุญอย่างเต็มที่ต่อไป แม้เงินที่บริจาค จะหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ไม่ครบถ้วน
|
ใช่ หักได้ไม่ครบถ้วน แสนดีจำคำพูดดังกล่าวได้ดี เพราะในอดีต แสนดียังไม่สามารถลดกิเลสได้เหมือนปัจจุบัน แสนดีจึงมุ่งมั่นทำบุญ ด้วยหวังจะได้บุญใกล้แล้บุญไกลคือนำเงินมาบริจาคมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ในปีบบริจาคและสามารถสร้างกุศลในอนาคต ทำให้กิจการเจริญรุ่งเรือง มีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทุกปี...
|
จวบจนวันจัดทำงบการเงินมาถึง ปรากฏว่า บรรดาเงินบริจาคที่แสนดีเพียรพยายามบริจาคไปนับแสนบาท มันหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้...ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเงินที่บริจาคไป ซึ่งหลังจากซักไซ้...ไล่เรียง ทีมงานถึงเหตุผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้กำไรสุทธิและภาษีที่ต้องชำระสูงขึ้น...จริงใจ ทีมงานคนสำคัญบอกให้แสนดีรู้ว่า...เงินบริจาคหักเป็นค่าใช้จ่ายได้จริง หากแต่มันมีกฎ...กติกา...กำหนดไว้ชัดเจน ซึ่งสิ่งที่แสนดีรู้มาว่า...บริจาคมาก หักเป็นค่าใช้จ่ายได้มาก...มันถูกต้อง หากแต่...ไม่ครบถ้วน เพราะมันมี...เพดานขึ้นลง ในการนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายอยู่ ซึ่งจริงใจ ได้ส่งเอกสารให้แสนดีอ่าน...หนึ่งบทความ
|
“รายจ่ายอันมีลักษณะ เป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ หรือเพื่อการสาธารณะประโยชน์ ตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และจ่ายเพื่อการศึกษา หรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ”
|
บริจาคได้…หักได้ไม่เกิน 2 % ของกำไรสุทธิ แสดงว่าสิ่งที่แสนดี คิดและเข้าใจตามที่ได้ยินมาโดยตลอด มันผิดล่ะสิ ซึ่งจริงใจก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าถูกต้อง และจริงใจยังบอกต่อว่า ในการคำนวณ 2 % ไม่ใช่ว่ากำไร 100% จะนำเงินบริจาคมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 บาท แต่มันมีวิธีคำนวณที่แยบยลกว่านั้นเยอะ ซึ่งจริงใจได้หยิบยกวิธีการคำนวณมาให้ดูพอเกิดนิมิตว่า |
- คำนวณหากำไรสุทธิก่อนหักเงินบริจาค และรายจ่ายเพื่อการกีฬา
- นำกำไรสุทธิ x 2/102
- ใช้จำนวนที่ต่ำกว่าระหว่างเงินบริจาคจริง กับกำไรสุทธิ x 2/102 มาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
|
แสนดี...นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาถึงตอนนี้ อดคิดทบทวนไม่ได้ว่า เหตุแห่งความผิดพลาดในอดีตที่ทำให้บริจาคเงินไป มาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ไม่ครบถ้วน ตามที่จ่ายจริง มันเกิดจากการเชื่อในสิ่งที่รับฟังมา โดยไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง ไม่ค้นหาข้อมูลให้ครบถ้วนรอบด้านเสียก่อน หรือเกิดจาการโฆษณาที่เกินจริง เลยทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อเข้าใจไปเอง ที่สำคัญตอนนี้แสนดีรู้แล้วว่าการบริจาคใช่ว่าจะหักได้หมด เพราะเงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็นการบบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะนั้นจึงจะนำมาหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ แต่หากไม่ใช่ สยอง ต้องดู |
“กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลบริจาคเงินให้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมิใช่สถานศึกษาของทางราชการ จึงไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อการศึกษาตามข้อ 2(1) ของประกาศอธิบดี กรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44) เรื่องกำหนดรายจ่ายเพื่อการสาธารณะประโยชน์ รายจ่ายเพื่อการศึกษาและรายจ่ายเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2535 ดังนั้นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเงิน จึงไม่มีสิทธินำเงินบริจาคดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (กค 0706/2295:13 มีนาคม 2548 68/33352)” |
“การบริจาคทรัพย์สินที่ได้รับคืนจากผู้เช่าตามข้อ 4. เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อการศึกษา บริษัทฯ สามารถนำต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สิน ณ วันบริจาคไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44) ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2535 ได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ... (กค 076/41847:20 เมษายน 2550)” |
สุดท้าย...แสนดีก็เข้าใจได้เองว่า...โฆษณา มันก็ต้องใช้คำชักจูง ชวนเชื่อ ให้ผู้บริโภค...เกิดความรู้สึกที่ดี...อยากใช้บริการ...อยากบริจาค แต่ในรายละเอียดปลีกย่อย ผู้บริโภคก็ต้องหาข้อมูลที่เพียงพอต่อการคิดและตัดสินใจ เท่ากับว่า โทษใครไม่ได้ ได้แต่โทษตัวเอง ที่หลงเชื่อโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบ...โฆษณาเป็นเหตุให้บริจาค...แท้ๆ
|
|
ด้วยรัก
แสนดี
|